กรมการข้าวเชื่อมสัมพันธ์ 2 ยักษ์ใหญ่ผู้นำเข้าข้าวไทยปั้นข้าวคุณภาพพิเศษเพื่อตลาดเฉพาะสู่ตลาดแดนมังกร

590701 2

กรมการข้าวเชื่อมสัมพันธ์ 2 ยักษ์ใหญ่ผู้นำเข้าข้าวไทย

ปั้นข้าวคุณภาพพิเศษเพื่อตลาดเฉพาะสู่ตลาดแดนมังกร

590701 1

ดร.กฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล โฆษกกรมการข้าว และผู้อำนวยการกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว เปิดเผยระหว่างการนำคณะเจ้าหน้าที่จากกรมการข้าว ภายใต้การร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับกงสุล(ฝ่ายเกษตร) สำนักงานกงสุลใหญ่ นครกว่างโจว  ดร. สมิท ธรรมเชื้อ และทีมงาน ได้เข้าพบผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายสินค้าข้าวไทยในนครกว่างโจว ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เมืองที่เป็นเป้าหมายของการเดินทางระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2559 ว่า กรมการข้าวได้ร่วมกับ สำนักงาน กงสุลฝ่ายเกษตร ณ นครกว่างโจว ได้เข้ามาสำรวจข้อมูลด้านการตลาด แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการนำข้าวคุณภาพพิเศษเพื่อตลาดเฉพาะของเกษตรกรไทยเชื่อมสู่ตลาดผู้บริโภคในประเทศจีน อันเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน หรือคิดเป็นร้อยละ 11.3 ของการค้าทั้งหมดภายในกลุ่มประเทศอาเซียน

โดยที่แรกได้พบกับ นายหลี่ กวงเจี้ยน ประธานบริษัท กว่างตง กรีนแลนด์ อะกรี-ฟู้ด จำกัด และ นายหลิน เจียบิน รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขวางเขิ่น เกรน แอนด์ ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ประกอบธุรกิจรายใหญ่ในหลายสาขา โดยในด้านการเกษตรนั้นผู้ผลิตสินค้าเกษตรและแปรรูป และนำเข้าสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตกรีนนอล ซึ่งผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง รวบรวมจำหน่ายสินค้าคุณภาพดีที่ผลิตภายในประเทศ และนำเข้าสินค้าข้าวหอมมะลิไทย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีรายได้สูงในภาคใต้ของจีนที่มีแนวโน้มต้องการบริโภคข้าวหอมมะลิพรีเมียมของไทยเพิ่มขึ้นในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีสาขากว่า 100 แห่งในแหล่งชุมชนเขตที่ประชากรมีรายได้สูง

โดยภาพรวมนั้นจีนมีโควตานำเข้าสินค้าข้าวจากต่างประเทศประมาณ 5.6 ล้านตัน/ปี มีสัดส่วนข้าวไทยประมาณ 800,000 – 1,000,000 ตัน/ปี ซึ่งรัฐบาลกลางของจีนได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีสัมพันธภาพอันดีอย่างยาวนานกับจีน บริษัทจึงมีความสนใจขยายความร่วมมือทางธุรกิจข้าวกับประเทศในอาเซียน โดยสนใจศึกษาดูงานเพื่อแสวงหาการลงทุนปลูกข้าวของประเทศไทยในแถบบริเวณริมแม่น้ำโขง หรือตั้งอยู่ใกล้เส้นทางการส่งออกข้าว เพื่อนำเข้าสินค้าข้าวหอมมะลิไทยแท้ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยจำหน่ายในประเทศจีน และป้อนสู่ซุปเปอร์มาร์เก็ตกรีนนอลที่วางแผนการเติบโตอย่างชัดเจนครอบคลุมเขตชุมชนที่มีรายได้สูงจำนวน 500 แห่งในอนาคต เนื่องจากเชื่อมั่นในประเทศไทยว่าเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมคุณภาพดีที่สุด นอกจากนี้บริษัทยังมีความสนใจอยากนำเข้าข้าวเหนียวจากประเทศไทยเพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีนได้มีสินค้าเลือกที่หลากหลายมากขึ้น แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย เกษตรกรผู้ผลิตข้าวให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน ว่าจะสามารถหารือและนำไปสู่ความร่วมมือได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้กรมการข้าวในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแล ส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพของเกษตรกรไทยมีความยินดียิ่งในการเชื่อมต่อนำนักลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาศึกษาดูงานในอนาคต

ดร.กฤษณพงศ์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า นอกจากนี้ยังเข้าพบกับ นางเหว่ย โชว รองผู้จัดการ บริษัท คอปโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สาขากว่างโจว และ นายหยู๋ ซานสี่ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท คอปโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สาขากว่างโจว ซึ่งดูแลการตลาดของจีนตอนใต้ โดยเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่มากว่า 60 ปี มีความเชี่ยวชาญในการทำบรรจุภัณฑ์ โปรโมทสินค้า จำหน่ายสินค้าในตลาดอย่างมีประสบการณ์ ผู้บริหารบริษัทได้ให้ข้อมูลคณะเจ้าหน้าที่จากกรมการข้าวว่า ในมณฑลกวางตุ้งนั้นนับว่าเป็นแหล่งรวมสินค้าข้าวคุณภาพที่มีการนำเข้าสินค้าข้าวจากแหล่งต่างๆ เข้ามาในประเทศจีน ด้วยความเชื่อมั่นว่าชาวจีนยังคงติดภาพข้าวหอมมะลิไทยว่าเป็นสินค้าที่หรูหรา ผู้ที่มีรายได้สูงนิยมบริโภคข้าวหอมมะลิ และจัดเลี้ยงฉลองของครอบครัวในเทศกาลสำคัญ ความต้องการของตลาดสูงการแข่งขันก็สูงเช่นกัน

ดังนั้น ในปี 2015 บริษัทคอปโกฯ จึงร่วมมือกับบริษัทเอกชนของประเทศไทยรายหนึ่งนำเข้าข้าวหอมมะลิไทยภายใต้แบรนด์ของตัวเองเป็นครั้งแรก ชื่อ “จงเหลียง” พร้อมวางแผนประชาสัมพันธ์ให้เป็นสินค้าสุดยอดพรีเมียมที่มีในขณะนี้ เพราะเจาะจงแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิจากแหล่งผลิตจากทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยมาอย่างยาวนาน โดยล็อตแรกนำเข้าจำนวน 2,000 ตัน มี 2 รูปแบบ คือ ใช้วิธีบรรจุภัณฑ์ในประเทศที่ผลิต และนำมาทำบรรจุภัณฑ์ในประเทศจีนซึ่งเป็นเพียงส่วนน้อย พร้อมกับทำการประชาสัมพันธ์ว่าเป็นสินค้าสุดยอดพรีเมียมที่มีจำหน่ายในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ให้ข้อมูล ว่าแม้บริษัทจะพยายามวางแผนทำการตลาดที่ดีแต่ยังประสบปัญหายอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากสินค้ามีคุณภาพไม่คงที่ ข้าวมีกลิ่นหอมแต่มีความนุ่มน้อยกว่าคุณสมบัติที่บริษัทคาดหวัง เมล็ดข้าวร่วนไม่เกาะติดกัน ยกเว้นการนำเข้าสินค้าข้าวไทยหอมมะลิคุณภาพชั้นพิเศษจากแหล่งผลิตข้าวในจังหวัดอุบลราชธานีมีคุณภาพคงที่มากกว่า เป็นที่พึงพอใจ ซึ่งบริษัทคอปโกฯ ไม่ได้หยุดทำการตลาดไว้เพียงเท่านั้น แต่ได้เปิดตลาดข้าวหอมมะลิในออนไลน์เพื่อแสวงหาลูกค้าทั้งเว็บไซต์ของบริษัทและใช้เว็บไซต์ดังๆ เพื่อเปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

“บริษัทคอปโกยังบอกกับเราอีกว่า ยังมีแนวโน้มที่จะขยายการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศเพิ่มมากยิ่งขึ้นร่วมด้วยการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า เช่น ข้าวจากเกาหลี ญี่ปุ่น เพื่อสร้างทางเลือกข้าวคุณภาพให้ผู้บริโภค โดยมีภาครัฐของประเทศนั้นๆ ให้การสนับสนุนความร่วมมือและงบประมาณร่วมกัน จึงอยากจะเห็นประเทศไทยร่วมกันดำเนินการโปรโมทประชาสัมพันธ์ข้าวไทยผู้บริโภคเห็นความสำคัญของข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นสินค้าสุดยอดพรีเมียม และควบคุมคุณภาพสินค้าข้าวให้สม่ำเสมอเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรผู้ผลิตข้าวได้มีตลาดรับซื้อที่แน่นอน นับเป็นโจทย์ที่กรมการข้าวจะนำกลับมาร่วมแก้ไขปัญหา และท้าทายหน่วยงานของภาครัฐ ผู้ประกอบการ และชาวนาที่เกี่ยวข้องว่าเราจะช่วยกันบริหารจัดการข้าวหอมมะลิคุณภาพพิเศษทุ่งกุลาร้องไห้  ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่คนจีนที่นิยมข้าวหอมมะลิไทยซึ่งเป็นข้าวตลาดเฉพาะ ให้มีคุณภาพที่ดีมีมาตรฐาน  เป็นที่ยอมรับ และผลักดันข้าวไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลกอย่างมั่นคงต่อไปได้อย่างไร” ดร.กฤษณพงศ์กล่าว.

**********

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมการข้าว

21  เมษายน  2559